กังวลกับแคลอรี่เกินไป

กังวลกับแคลอรี่เกินไป

     หลักการที่ว่า แคลอรี่เข้า น้อยกว่าแคลอรี่ออก ทำให้ลดน้ำหนักได้ก็จริง แต่ต้องเข้าใจเรื่องคุณประโยชน์ ของอาหารด้วย  การจำกัดแคลอรี่ ถือว่าเป็นสิ่งที่ควรทำ เรียกว่าเป็นการควบคุมปริมาณ  แต่ต้องไม่ลืม “ควบคุมคุณภาพ” ด้วย

     อาหารบางอย่าง มีแคลอรี่สูงก็จริง เช่นถั่วต่างๆ แต่ก็มีคุณค่าทางโภชนาการที่สูง ไฟเบอร์สูง วิตามิน แร่ธาตุ  แม้ว่าจะมีไขมันพอสมควร แต่ก็เป็นไขมันดี จนอยากเรียกอาหารประเภทถั่วนี้ว่าเป็น “อาหารมหัศจรรย์” เลยทีเดียว (แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะกินได้ไม่มีลิมิตนะ)

     ยกตัวอย่างเช่น ระหว่าง ถั่วเหลือง(เมล็ดแห้งที่ยังไม่ต้ม) 3 ช้อนโต๊ะ ให้พลังงาน 187 แคลอรี่ ให้โปรตีนถึง 15.6 กรัม แล้วยังมีคาร์โบไฮเดรทชนิดดี ไฟเบอร์  วิตามิน และแร่ธาตุ  นับได้ว่าเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก  เมื่อเทียบกับ ไส้กรอก 1 แท่ง ให้พลังงาน 100 แคลอรี่ ให้โปรตีนประมาณ 6 กรัม จะเห็นว่าไส้กรอกแคลอรี่น้อยกว่าก็จริง แถมยังมีโปรตีนเหมือนกัน(แม้ว่าจะน้อยกว่าก็ตาม)  แต่สารอาหารแทบจะไม่ได้อะไรมาก  แถมยังเป็นอาหารที่ผ่านกระบวนการ มีสารกันบูด  สารเคมี แป้งชนิดไม่ดี ไขมันชนิดไม่ดี  ซึ่งไม่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพเลย

     ขอยกตัวอย่างอีกตัวอย่างหนึ่ง คนแรกกินได้ 1500 แคลอรี่ กินตามหลักอาหารสุขภาพเลย ข้าวก็กิน ไก่ หมู ผัก ธัญพืชที่ว่าแป้งเยอะๆ  ผลไม้ที่ว่าอ้วนๆอย่างมะม่วงก็กิน  แต่การกินของเขา ข้าวก็เป็นข้าวกล้อง มันต้องเคี้ยวนานกว่าข้าวขาว  อิ่มกว่าด้วย ไก่ หมู ถั่ว  ก็กินตามปกติ   แม้ว่าจะไม่ได้เคร่งเครียดกับการเลาะมันทุกอนู  แต่ก็เขี่ยออกเท่าที่ทำได้  ผลไม้ก็กินทุกอย่าง  แต่สัดส่วนผลไม้ไม่หวานจะมากกว่า  ผลไม้หวานๆก็กินน้อยกว่า  ผักกิน1ใน 4 ของอาหาร  กินครบ 3 มื้อ เฉลี่ยมื้อละ 400 แคลอรี่  อีก 300 แคลอรี่เป็นพวกขนมต่างๆ (แต่เขาจะออกกำลังกายเผาผลาญ ชดเชยส่วนที่เป็นขนมออก) บางครั้งก็แทบจะไม่ได้สนใจแคลอรี่เลยด้วยซ้ำ รู้แต่ว่า ควรกินอะไร อย่างละเท่าไหร่  ขนมก็กินทุกวัน แต่กินอย่างละนิดละหน่อย ไม่มากเกินไป

     ส่วนคนที่สอง วิตกกังวลมาก กลัวไปหมด แม้แต่ ฟักทอง ข้าวโพด เผือก มัน ถั่ว ผลไม้ กล้วย   แม้แต่นมธรรมดาที่ไม่ใช่นมไขมันต่ำก็ยังกลัว แทบจะไม่กล้าแตะอะไรเลย  แถมยังเหยียดหยันคนที่กินซะอีกว่า กินของพวกนี้แล้วอ้วนนะ กินได้แต่ผัก แต่ที่แปลกมากคือ นึกว่าไส้กรอกเป็นโปรตีนทั้งแท่ง เลยกินแต่ไส้กรอก เช้า กลางวัน เย็น อย่างละ 2 แท่ง รวมเป็นวันละ 6 แท่ง เพราะนึกว่าได้พลังงานวันละ 600 จะได้ลดน้ำหนักได้เร็วๆ รวมแคลอรี่อื่นๆอีกหน่อย ทั้งวันรวมได้ประมาณ 700 แคลอรี่  หรือบางทีก็ชอบถามว่า กินส้มตำได้มั้ย  กินก๋วยเตี๋ยวได้มั้ย กินแตงโมได้มั้ย  บางทีก็สงสัยว่า กินถั่วไม่อ้วนหรอ

     ถามว่าใครมีความสุข กับการทำแบบที่ตัวเองทำมากกว่ากัน  และถามว่าใครจะสามารถ ทำได้ตลอดรอดฝั่งมากกว่ากัน  แน่นอนว่าคนแรกจะต้องมีความสุขกับการกิน แต่ก็ยังสามารถลดน้ำหนักได้ด้วย และสามารถทำได้ไปตลอดแน่ๆ

     แต่สำหรับคนที่สอง กังวลกับแคลอรี่เกินไป ทำได้ไม่กี่วันก็คงจะเลิก  แล้วก็กินอย่างอื่นที่เขาหาว่าอ้วนๆนั่นแหละครบเลย  แล้วก็จะกินมากกว่าเดิม น้ำหนักที่คิดว่าลดๆไปในวันแรกๆ ก็กลับขึ้นมามากกว่าเดิมซะอีก

.

     แม้ว่าอาหารจากธรรมชาติ ทุกชนิดบนโลกนี้จะให้แคลอรี่ (แม้แต่ผัก ผลไม้ แต่ยกเว้นน้ำเปล่านะ) ไม่มีอาหารอะไร ที่ทำให้อ้วน หรือทำให้ผอมได้  ไม่มีคำว่า “กินอันนี้แล้วอ้วน”  ไม่มีคำว่า “กินอันนี้แล้วผอม”  แต่ “แคลอรี่ที่เหลือใช้” ต่างหาก ที่ทำให้อ้วน  อาหารแคลอรี่สูง ไม่ใช่ของที่อ้วนเสมอไป  และอาหารที่แคลอรี่ต่ำ ก็ไม่ใช่ของที่สามารถลดน้ำหนักได้เสมอไป

     สมมุติว่า ถ้าเรามีลูก เราให้งบลูกวันละ 150 บาท เราก็อยากให้ลูกซื้อแต่ของดีๆ มีประโยชน์ ไม่เอาเงินไปซื้อของเล่น หรือลูกอม ขนมหวาน น้ำอัดลมใช่มั้ย  แล้วยิ่งถ้าลูกมีเงินเหลือเก็บ วันละ 5 บาท 10บาท  ก็ยิ่งดีจริงมั้ย   แต่ถ้าลูกงกมาก  เลยไม่ยอมซื้ออะไรกินเลย  หรือซื้อแต่ลูกอมถูกๆกิน ซื้อแต่ขนม ซื้อแต่ของไม่มีประโยชน์  อยากให้เงินมันเหลือเก็บเยอะๆ แม่จะได้ชม  แบบนี้แม่ยิ่งเศร้าเลย ลูกเราไม่มีสารอาหารไปเลี้ยงสมองน่ะสิ ต่อไปเลยไม่ให้เงินไปซื้อเองแล้ว

     แล้วถ้าเป็นเราล่ะ สมมุติว่า เรามีงบแคลอรี่ไม่เกินวันละ 1500 แคลอรี่  ร่างกายเราก็เหมือนแม่ ที่อยากให้เราใส่แต่ของดีๆ มีประโยชน์ อะไรก็ได้ ที่รวมๆแล้วไม่เกิน 1500  แต่ถ้าเกินก็ไม่เห็นเป็นไร ก็แค่ใช้พลังงานเพิ่มกว่าเดิม ชดเชยส่วนที่เกินมาเท่านั้นเอง   แต่ถ้าเรามีงบ 1500 แคลอรี่ แล้วใส่แต่อาหารที่ไม่มีประโยชน์ รู้แต่ว่ามันแคลอรี่น้อย อยากให้ต่ำกว่า 1500 ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้  คิดว่าจะได้น้ำหนักลดเร็วๆ  แบบนี้ร่างกายก็เสียใจ หมดแรงไม่ทำหน้าที่เอาดื้อๆซะเลย ไม่เผาผลาญ ไม่หลั่งฮอร์โมน ไม่ย่อย

      สรุป การจำกัดแคลอรี่เป็นเรื่องที่ถูกต้อง ไม่ใช่ไม่ให้ควบคุมแคลอรี่นะ ควบคุมน่ะดีแล้ว  แต่ต้องไม่ลืมเรื่องคุณค่าอาหาร โปรตีน ไขมันดีๆ  คาร์โบไฮเดรทดีๆ  ล้วนให้พลังงาน ทำให้หนักท้อง  และต้องได้รับทุกวันในปริมาณที่เหมาะสม   อะไรก็ได้ที่เป็นอาหารจากธรรมชาติ  ที่เราคิดว่าดี มีประโยชน์  ไม่ผ่านกระบวนการ เช่น ความร้อน หมัก ดอง ผสมส่วนผสมอะไรก็ไม่รู้ ขัดสี เติมแต่ง  หรือผ่านกระบวนการต่างๆให้น้อยที่สุด (เพราะถ้าไม่ผ่านเลยก็คงกินไม่ได้)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.