กินแล้วอ้วน รู้จริงมั้ย

กินแล้วอ้วน รู้จริงมั้ย

คำอธิบายจาก แบบทดสอบความเข้าใจ กินแล้วอ้วน รู้จริงมั้ย ?

(ทำแบบทดสอบ กินแล้วอ้วนมั้ย)

1. กินแล้วน้ำหนักขึ้นทันที ไม่ใช่เพราะไขมันถูกสะสมในทันทีทันใด แต่มันคือน้ำหนักของน้ำ อาหาร ฮอร์โมนต่างๆที่ร่างกายผลิตเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการย่อยอาหาร

.

2. ไขมัน จะเพิ่มขึ้นก็ต่อเมื่อ มีแคลอรี่เหลือใช้สะสมมากๆ ถ้าแคลอรี่เหลือใช้ครบ 3500 แคลอรี่ ก็จะทำให้ไขมันสะสมเพิ่มขึ้น 0.45 กิโลกรัม (ขาดแคลอรี่ ทำยังไงได้บ้าง)

.

3. ถ้าเมื่อวานกินเยอะไปหน่อย วันนี้น้ำหนักขึ้น 1 กิโลกรัม ก็ไม่ได้หมายความว่าไขมันของเราเพิ่มขึ้น 1 กิโลกรัม  ในทำนองเดียวกัน ถ้าเมือวานกินน้อย ออกกำลังกายเยอะ วันนี้น้ำหนักลดลง 1 กิโลกรัม ก็ไม่ได้หมายความว่าไขมันของเราหายไป 1 กิโลกรัม

.

4. ร่างกายเรามีแหล่งสะสมพลังงานอยู่ 2 แหล่งคือ เซลล์ไขมัน และเซลล์กล้ามเนื้อ(ในรูปของไกลโคเจน) เมื่อเรามีแคลอรี่ที่เหลือใช้ มันจะไปเก็บที่กล้ามเนื้อก่อนเรียกว่าไกลโคเจน(ที่เก็บน้อยมาก) ถ้าที่เก็บไม่พอก็ค่อยไปเก็บเป็นไขมัน(ที่เก็บเหลือเฟือ)

.

5. ร่างกายเราไม่รู้หรอกว่า ตอนนี้กลางคืนหรือกลางวัน การเผาผลาญย่อมเหมือนกันทุกช่วงเวลา  แต่ที่เราเคยได้ยินว่ากินกลางคืนแล้วอ้วนก็เป็นเพราะว่า ส่วนใหญ่ระหว่างวันเรากินมาครบโควต้าแล้ว ถ้ากินก่อนนอนอีก ก็ต้องยิ่งทำให้แคลอรี่เกิน แต่ถ้าทั้งวันแคลอรี่ยังไม่เกินโควต้า ก็สามารถกินก่อนนอนได้โดยไม่ต้องกลัวอ้วนเลย

.

6. ร่างกายเราต้องการพลังงานทั้งวัน ไม่ใช่แค่กิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง ต่อให้นั่งเฉยๆ ร่างกายก็มีการเผาผลาญอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว ดังนั้น ความเชื่อที่ว่ากินแล้วไม่ออกกำลังกายทันที ทำให้อาหารเปลี่ยนเป็นไขมันมากขึ้น เป็นความเชื่อที่ผิด  ไขมันจะสะสมก็ต่อเมื่อมีแคลอรี่เหลือเท่านั้น

.

7. การเคลื่อนไหวร่างกายช่วยให้มีการเผาผลาญมากขึ้น และการกินในปริมาณที่พอดีช่วยให้ไขมันไม่สะสม  ซึ่งต้องกินแบบพอดีจริงๆ ไม่ใช่กินน้อยเกินไปจนหิว ไม่ใช้อดแป้งไปเลย แต่ให้กินแป้งที่ดี ขัดสีน้อย กินไขมันที่ดี กินโปรตีนให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ไม่ใช่กินมากกว่าที่ร่างกายต้องการ

.

8. ไม่ว่าจะเป็นคาร์โบไฮเดรท ไขมัน หรือแม้กระทั่งโปรตีน ล้วนสามารถเปลี่ยนเป็นไขมันได้ทั้งสิ้น เพราะสารอาหารทั้ง3ชนิดนี้เรียกว่า Macronutrient ซึ่งเป็นสารอาหารที่ให้แคลอรี่ทั้งนั้น เมื่อแคลอรี่เหลือใช้ก็ต้องถูกสะสมเป็นไขมันอยู่ดี

.

9. การลดน้ำหนัก(ลดไขมัน) ไม่สามารถลดได้ในทันทีทันใด ถึงแม้ว่าจะออกกำลังกายแล้วน้ำหนักลดลง ก็ไม่ได้หมายความว่าไขมันจะลดลงทันที  การลดไขมันไม่สามารถทำทางตรงๆได้ ร่างกายต้องใช้เวลา และมีกระบวนการที่ซับซ้อนมาก  ดังนั้นที่เห็นว่าน้ำหนักลดลงหลังออกกำลังกายก็เพราะว่า เราสูญเสียน้ำ ไม่ใช่เสียไขมัน

.

10. อาหารที่ให้แคลอรี่ทุกอย่าง ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี ถ้ามีแคลอรี่เหลือใช้ ก็ล้วนทำให้น้ำหนักขึ้นได้ทั้งนั้น ดังนั้น แม้ว่าจะเป็นอาหารสุขภาพ ก็ต้องกินในปริมาณที่พอเหมาะด้วย   ในเมื่อร่างกายเรามีโควต้าแคลอรี่อยู่  เราก็ควรต้องกินแต่อาหารที่ดีต่อสุขภาพ  เช่น ข้าวกล้องกับข้าวขาว ปริมาณเท่ากัน ก็ให้แคลอรี่เท่ากัน แต่ข้าวกล้องมีประโยชน์มากกว่า เราก็จะได้ทั้งแคลอรี่และประโยชน์ด้วย ดีกว่าได้แต่แคลอรี่เพียงอย่างเดียว

.

11. การที่น้ำหนักไขมันจะขึ้น 0.45 กิโลกรัมได้ ต้องมีแคลอรี่เหลือใช้ครบ 3500 แคลอรี่ หมายความว่าถ้าร่างกายต้องการพลังงานวันละ 2000 แคลอรี่ เราต้องกินถึงวันละ 5500 แคลอรี่ ถึงจะทำให้ไขมันเพิ่มขึ้นวันละ 0.45 กิโลกรัม

.

12. ไขมันจะไม่มีการลดอย่างกระทันหันได้ โดยวิธีกินน้อยมากๆเพียงไม่กี่วัน ซึ่งจะทำให้เราเสียกล้ามเนื้อซะมากกว่า  สมมติว่าเรากินเยอะมากๆในวันนี้ แคลอรี่เหลือใช้เกินไป 1400 แคลอรี่ ก็ให้เฉลี่ย 7 วัน เหลือวันละ 200 แคลอรี่ที่เราต้องชดเชย แปลว่าพรุ่งนี้และวันถัดๆไปจนครบ 7 วัน เราต้องลดการกิน และ/หรือ ออกกำลังกาย ให้แคลอรี่ขาดไปจากเดิมวันละ 200 แคลอรี่  คือค่อยๆผ่อนชำระ  ไม่ใช่จ่ายทีเดียวหมดภายในวันรุ่งขึ้น

ไอเดียจาก sparkpeople.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.