ลดน้ำหนัก อย่าคิดแบบนี้

ลดน้ำหนัก อย่าคิดแบบนี้

นี่คือ 13 ความคิด ที่คนอยากลดน้ำหนักชอบคิด วันนี้เรามาคิดแบบใหม่ ให้ถูกวิธีกันดีกว่านะคะ รู้ว่ามันห้ามยากแต่ อย่าคิดแบบนี้ กันเลย ทุกอย่างมันเริ่มต้นที่ความคิดเรานะ  แล้วจะสำเร็จในระยะยาวได้ ก็ต้องอาศัยความคิดเริ่มต้นของเรานี่แหล่ะค่ะ


ลดน้ำหนัก อย่าคิดแบบนี้

1. คิดว่าจะลดน้ำหนักให้ได้ 10 กิโลกรัม ภายใน 1 เดือน

การลดน้ำหนักได้มันก็ดีอยู่หรอก แต่มันไม่ใช่การแก้ปัญหาในระยะยาว

วิธีที่ถูกก็คือ โฟกัสกับสิ่งที่ทำ มากกว่าน้ำหนักที่จะลด เช่น จะกินโปรตีน จะกินผัก  จะออกกำลังกาย อะไร ยังไงบ้าง


2. คิดว่าจะลองสูตรนั้นสูตรนี้ดู

สูตรลดน้ำหนักดังๆ มีเยอะแยะมากมายเต็มไปหมด แล้วเคยคิดมั้ยว่า แล้วหลังจากนั้นล่ะ หลังจากเลิกสูตรแล้วยังคงทำแบบนั้นได้อยู่หรือเปล่า  มันมีผลต่อสุขภาพมั้ย มันถูกหลักโภชนาการมั้ย

วิธีที่ถูกก็คือ กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม  และหลากหลาย  โดยอย่าลืมกินโปรตีน และผักในทุกๆมื้อ  เพราะส่วนใหญ่มักจะกินโปรตีนไม่พอ ผักไม่เยอะ


3. คิดว่าจะไม่กินอาหารนอกบ้านเลย

การทำแบบนี้ก็เหมือนพยายามหนี แต่ใจจริงมันไม่อยากทำ ดังนั้นก็คงทำได้ไม่ตลอดอยู่ดี

วิธีที่ถูกก็คือ กำหนดวันที่จะไปกินอาหารพิเศษ  เลือกเมนูดีๆ กินอะไรรองท้องก่อนไป อย่าหิ้วท้องเพื่อรอแค่มื้อนั้นมื้อเดียว  และสั่งแต่น้ำเปล่า


4. คิดว่าจะกินแค่วันละ 900 แคลอรี่จนกว่าจะลดน้ำหนักได้

การควบคุมแคลอรี่ ไม่ใช่การอดอาหาร ไม่ใช่การกินที่น้อยเกินไป ไม่ใช่การกินแต่ผัก  และไม่ใช่ทำเฉพาะตอนจะลดน้ำหนักแค่นั้น  ไม่คิดหรอว่าหลังจากลดน้ำหนักได้แล้ว จะรู้สึกอดอยากปากแห้งซักแค่ไหน

วิธีที่ถูกคือ เรียนรู้วิธีการกินที่ถูกต้อง  ควรกินวันละเท่าไหร่  เช่น ร่างกายใช้พลังงาน 1800 แคลอรี่ BMR = 1200 ดังนั้น ก็ควรกินให้ต่ำกว่า 1800  แต่ไม่ต่ำกว่า 1200 แคลอรี่


5. คิดว่าจะกินน้ำผลไม้เพื่อดีทอกซ์

การดีทอกซ์เป็นเรื่องที่ดี  แต่การกินแต่น้ำผลไม้เพื่อลดน้ำหนักนั้นมันไม่ใช่เลย

วิธีที่ถูกคือ ถ้าอยากดีทอกซ์ ให้กินผัก ผลไม้ แบบสดๆทั้งลูก ไม่ใช่การคั้นเอาแต่น้ำ หรือน้ำผลไม้กล่อง  ถ้าอยากกินง่ายๆก็สามารถเอาไปใส่เครื่องปั่นก็ได้


6. คิดว่าจะกินมังสวิรัติ

การที่คิดว่าเนื้อสัตว์ทำให้อ้วนนั้น ผิดตั้งแต่ต้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ ไขมัน หรือแป้งก็ตาม ไม่ได้ทำให้อ้วน แต่แคลอรี่ที่เกินต่างหากที่ทำให้อ้วน  ทีนี้พอคิดจะกินมังสวิรัติแล้ว ก็จะหนักไปทางแป้ง เพราะโปรตีนมันหากินยากกว่า

วิธีที่ถูกคือ แบ่งสัดส่วนอาหาร  ให้เหมาะสม  ถ้าไม่อยากกินเนื้อสัตว์ ก็หาโปรตีนจากพืชแทน แต่ต้องไม่ขาดโปรตีนในทุกๆมื้อเด็ดขาด


7. คิดว่าจะชั่งน้ำหนักทุกเช้า

รู้มั้ยว่าน้ำหนักของคนเรามันไม่ใช่มีแค่ไขมันนะ มันมีน้ำ กระดูก และกล้ามเนื้อด้วย แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าที่น้ำหนักลดลงมันคือน้ำหนักของอะไรกันแน่

วิธีที่ถูกคือ การประเมินผลเรื่องสัดส่วน รอบเอว เสื้อผ้า รูปร่าง ความรู้สึก สุขภาพ ไม่ใช่น้ำหนัก


8. คิดว่าจะเลิกกินของชอบไปเลย

ของชอบส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกอาหารขยะ ขนม ของอ้วนๆทั้งนั้นอยู่แล้ว การเลิกกินมันก็ดีอยู่หรอก แต่คิดหรือว่าจะทำได้ทุกวันไปตลอด เหมือนพูดประชดทั้งๆที่ก็รู้ว่าทำใจไม่ได้

วิธีที่ถูกคือ ตั้งกฏ 80/20  คืออนุญาติให้ตัวเองกินของชอบได้ 20 % นอกนั้นก็ต้องเป็นของดีๆ  ถ้าได้กินของชอบทุกวัน เราก็จะไม่รู้สึกขาดแคลนเลยใช่มั้ย


9. คิดว่าจะงดมื้อใดมื้อหนึ่ง

ความคิดง่ายๆแต่ทำจริงมันยาก และไม่ได้ผลหรอก การอดมื้อเช้าบ้าง อดมื้อเย็นบ้าง มันก็คือการทรมานตัวเอง แล้วคิดว่าจะทนได้นานแค่ไหน  น้ำหนักลดเดี๋ยวมันก็ขึ้นมาอีกง่ายๆ
อดมื้อกินมื้อทำไมถึงอ้วน

วิธีที่ถูกคือ กินครบ 3 มื้อ  กินแต่พออิ่ม  อาหารครบ5หมู่ และต้องอย่าลืมโปรตีนกับผัก


10. คิดว่าจะไม่กินหลัง 6 โมงเย็น

จริงๆแล้วร่างกายเรามันไม่สนใจเวลาหรอก ต่อให้กินแล้วนอนก็ไม่อ้วนหรอก ถ้ากินรวมๆทั้งวันแล้วไม่ได้เยอะเกินไป

วิธีที่ถูกคือ แยกความรู้สึกหิวกับอยากให้เป็น  หิวเพราะกินไม่พอหรือเปล่า หิวเพราะแค่อยากกินหรือเปล่า  หิวเพราะห่างจากมื้อเย็นมานานแล้วหรือเปล่า  ดังนั้นอย่าลืมเช็คจำนวนชั่วโมงที่ได้นอนเต็มๆด้วย ให้มากกว่า 7-8 ชั่วโมง  และสำหรับคนที่ออกกำลังกายหนักก็ควรนอนให้มากกว่าคนที่ไม่ได้ออกกำลังกายด้วย


11. คิดแค่ว่าจะออกกำลังกายให้มากขึ้น

อ้าวแล้วไม่ดียังไง  ออกกำลังกายน่ะดีอยู่แล้ว แต่ความคิดแค่ว่าจะออกกำลังกายให้มากขึ้นแค่นั้นมันไม่พอ เพราะอะไรคือมากขึ้น มากขึ้นแค่ไหน ตัวเองก็ยังไม่รู้เลย

วิธีที่ถูกคือ จัดตารางเวลา กำหนดวัน จำนวนครั้ง จำนวนเวลาที่จะออกกำลังกายไปเลย และทดสอบสมรรถภาพร่างกาย บ่อยๆ จะทำอะไรให้อึดขึ้น นานขึ้น เร็วขึ้น ยากขึ้นอย่างไร

 


 

12. คิดว่าจะโยคะทุกวัน

โยคะเป็นวิธีออกกกำลังกายที่ดี แต่แค่ช่วยยืดหยุ่น ฝึกสมาธิ ไม่ใช่การคาร์ดิโอ  ถ้าคิดจะโยคะเพื่อให้น้ำหนักลดมันคงลำบาก เช่นโยคะ 1 ชั่วโมง เผาผลาญแค่ 200 แคลอรี่ ในขณะที่ปั่นจักรยาน 1 ชั่วโมงเท่ากันสามารถเผาผลาญได้มากกว่า 500 แคลอรี่

วิธีที่ถูกคือ พยายามออกกำลังกายให้หลากหลาย ทั้งคาร์ดิโอ ทั้งฝึกกล้ามเนื้อ ทั้งยืดหยุ่นจะดีกว่า


 

13. คิดว่าจะใช้ชีวิตในฟิตเนสวันละ 2 ชั่วโมงทุกวัน

ถ้าฮึกเหิม และรู้สึกสนุกก็ดีอยู่หรอก  แต่ต้องระวังการบาดเจ็บสำหรับมือใหม่ ที่หักโหมเกินไป อาจพับเสื่อเก็บตั้งแต่สัปดาห์แรกแล้วก็ได้  แล้วการที่อยู่ในฟิตเนสนานๆ แต่แค่ทำอะไรนิดๆหน่อยๆ มันก็ดีกว่าการนั่นเล่นอยู่กับบ้านนั่นแหละ

วิธีที่ถูกคือ  คาร์ดิโอแบบเข้มช้นสูง ให้เหนื่อยมากๆ ซัก 30 นาที  หรือจะทำสลับกันระหว่างเหนื่อยมาก กับเหนื่อยกลาง อย่างละ 1-2 นาทีก็ได้ คือยังไงการออกกำลังกายเพื่อหวังผลเรื่องลดน้ำหนักก็ต้องหนีไม่พ้นเรื่องเหนื่อยอยู่แล้ว ทำให้เหนื่อยมากๆด้วยนะ ถ้าคิดจะทำแบบชิลๆเรื่อยๆเราก็จะหมดกำลังใจไปซะก่อน


กลับหน้าแรก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.