สัญญาณอันตราย

5 สัญญาณอันตราย

5 สัญญาณอันตราย ที่ทำให้ต้องเริ่มจริงจังแล้ว

     บางครั้งคนเราก็ทำอะไรตามความเคยชิน ทำตามความสบายจนไม่รู้สึกตัวว่า วิถีชีวิตเริ่มถดถอย ทำให้อ้วนขึ้น สุขภาพแย่ลง ลองมาดูกันว่าเรามี สัญญาณอันตราย เหล่านี้อยู่บ้างมั้ย

1. ผลัดวันประกันพรุ่ง

      จำไว้ว่าไม่มีวันที่เราจะพร้อมที่สุดหรอก อย่ารอให้ทุกอย่างพร้อมถึงจะได้เริ่ม อย่ารอให้มีเวลามากพอที่จะออกกำลังกาย  อย่ารอให้ถึงวันที่เราจะว่าง อย่ารอให้ถึงวันที่รวยก่อน อย่ารออะไรทั้งนั้น   เพราะเมื่อวันนั้นมาถึงจริงๆ เราก็จะมีข้ออ้างเพิ่มขึ้นอีกจนได้ 

     การเริ่มดูแลสุขภาพ ลดน้ำหนัก ไม่จำเป็นต้องมีความพร้อมอะไรเลย แค่เติมน้ำปลาให้น้อยลงหนึ่งเหยาะ  ก็ถือว่าเราได้เริ่มต้นแล้ว การเปลี่ยนมาใช้บันไดแทนบันไดเลื่อนหรือลิฟท์  ก็ถือว่าได้มีการเปลี่ยนแปลงบ้างแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำให้เพอร์เฟ็กท์ทุกวัน ทุกเวลา แค่เริ่มเดี๋ยวนี้ได้เลย

2. อยากทำแต่ไม่ได้ทำ

      เช่น วันนี้ตั้งใจจะสั่งสุกี้น้ำไก่ แต่ปากเผลอสั่งกระเพราไก่ไข่ดาว  หรือปกติเป็นคนชอบตีแบดมาก  แต่กลับถึงบ้านทีไ  รก็แงะก้นไม่ออกจากโซฟาซะแล้ว

     เรื่องที่เราตั้งใจจะทำจริงๆ เรื่องที่เรามีนิสัยชอบอยู่แล้ว แต่ร่างกายกลับไม่ฟัง นี่คือ สัญญาณอันตราย อันหนึ่ง ที่เราต้องมานั่งพิจารณาแล้ว  ว่ามันเกิดอะไรขึ้น  ไม่อย่างนั้นนิสัยดีๆที่เคยมี  ก็อาจเปลี่ยนได้เหมือนกัน

3. หน้าหมอง

      ใบหน้า เป็นส่วนที่สะท้อนสุขภาพของเราได้เหมือนกัน ดวงตา ใต้ตา ผิวหน้า ริมฝีปาก กลิ่นปาก ลองสังเกตุใบหน้าแท้ๆของเรา แบบที่ไม่มีเมคอัพ  หมอที่ดีที่สุดคือตัวเราเอง สัญญาณบนใบหน้า  ก็เป็นตัวบ่งบอกให้เราต้องเริ่มจริงจังกับการดูแลตัวเองแล้ว

4. ล้มเลิกง่าย

     อุปสรรคที่น่าจะผ่านไม่ยาก  แต่กลับยอมแพ้ง่ายๆ เช่น ล้มเลิกนัดตีแบด เพราะขี้เกียจ หรือไม่มีเครื่องเล่นในฟิตเนสว่าง  เลยถือโอกาสไม่เล่นซะเลย 

     รวมถึงการผิดพลาดแค่นิดเดียว กลับกลายเป็นจุดจบของเป้าหมายไปเลย เช่น เผลอใจกินโดนัทไปชิ้นเดียว เลยคิดว่าหลุดแล้วก็หลุดเลย  กลายเป็นการเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย

    ถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา นั่นคือ สัญญาณอันตราย ของการล้มเลิกแล้วนะ  รีบปลุกใจฮึกเหิม  ฮึดสู้ได้แล้ว ก่อนที่ไฟจะมอดจริงๆ

5. อิจฉาคนอื่น

     ความรู้สึกอิจฉาคนอื่น บ่งบอกว่าลึกๆแล้ว ตัวเองก็อยากได้เหมือนกัน  อิจฉาคนที่ลดน้ำหนักได้ ทั้งๆที่ตัวเองยังไม่ได้เริ่มทำอะไรซักอย่าง  อิจฉาคนมีกล้ามท้อง ทั้งๆที่เราเองแทบไม่เคยฝึกกล้ามเนื้อเลย  เปลี่ยนความอิจฉาเป็นความชื่นชม สร้างเป็นแรงบันดาลใจ ดีกว่ามัวแต่วิพากษ์วิจารณ์และอิจฉาคนอื่นๆ

เขียนโดย ezygodiet.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.