NCDs Reality ตอนที่10

NCDs Reality ตอนที่10 : ความผิดพลาดที่เป็นบทเรียน

ครั้งที่แล้ว NCDs Reality ตอนที่9  ได้เรียนรู้เกี่ยวกับกรรมจากบุหรี่ คลิปนี้ เราจะมาดูการลองผิดลองถูก และความผิดพลาดของอาสาสมัครว่า วิธีที่ตัวเองคิดเอง ตัดสินใจเองจะเป็นอย่างไร ได้ผลแค่ไหน ถึงวันนี้ยังคงมีปัญหาอะไรบ้าง ระหว่างการเดินทางสู่การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้

สรุป NCDs Reality ตอนที่10 : ความผิดพลาดที่เป็นบทเรียน

(ถอดความให้สำหรับคนที่ไม่มีเวลาดูคลิป 50 นาที หรือดูคลิปไม่ได้นะคะ)

ข้อความบน Line เปิดรายการ

“นี่ๆ ตกลงนายลดหุ่นได้หรือยัง”

“ยังเลยผ่านมา 1 เดือน ลดได้ 2 ขีด”

“บุหรี่ล่ะ”

“ก็ลดลงนะจากหนึ่ซอง เหลือครึ่งซอง”

“แล้วเหล้าล่ะ ยังกินอยู่หรือเปล่า”

“เหล้านี่เลิกแล้วแต่ดันมากินเบียร์แทน ก็มันยากอุปสรรคมันเยอะ ไหนจะเพื่อนชวน ไหนจะเครียด และยังมีงานวันเกิดเพื่อนอีก”

“โห อุปสรรคเยอะมาก คนที่เปลี่ยนได้เขาทำกันยังไงนะ”

คุณ ภูริวัจน์ ธรรมอัครวิทย์ (นัท) อายุ 34 ปี

     วันคัดเลือกอาสาสมัคร สาเหตุที่สมัครมาร่วมรายการ  เพราะเห็นเขาเขียนว่า ต้องการคนที่มีปัญหาความเครียด ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เลยสนใจ  และผมเป็นคนดื่มเหล้า สูบบุหรี่จัด วันละซอง  40 นาทีก็ต้องสูบตัวนึง  ดื่มเหล้าทุกวัน

     ปัจจุบัน หยุดสูบบุหรี่ได้ 1 เดือน 27 วัน  ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปมาก เห็นภรรยามีความสุข ผมก็มีความสุข หน้าที่การงาน มีสมาธิ ทุกอย่างดีขึ้นไปหมด

     อุปสรรคที่ยากที่สุดคือ ตัวเองนี่แหล่ะ  แล้วก็แฟนผม ที่ทำให้ผมท้อไม่เสมอเลย  คือพูดไม่ดี โกรธ ไม่พอใจ  พยายามทำดีมาตลอดแต่หลุดบุหรี่ตัวเดียว กินเหล้านิดเดียว ก็ถือว่าล้มเหลวแล้ว แล้วก็บอกว่า “เธอทำไม่ได้แน่นอน”

     กว่าที่แฟนจะเปลี่ยน  ก็คือวันที่เราเลิกแบบหักดิบ แล้วก็บอกว่า หมอเขาบอกว่าให้แฟนช่วยพูดดีๆ  เป็นกำลังใจ พอคุยกัน แฟนเลยเข้าใจ  ตั้งแต่นั้นก็เห็นเขาอดทน ไม่ออกอารมณ์มาก ไม่ใช้คำพูดรุนแรงมาก

     พอเลิกบุหรี่ได้แล้ว ก็ชมทั้งวันเลย อุ๊ย หล่อจังเลย  (พิธีกรถาม แล้วเชื่อเขามั้ย?) เชื่อสิครับ  ผมก็ดูแลตัวเอง รักตัวเอง ก็อยากไปออกกำลังกาย  คือเห็นเขาชมว่าหล่อ เลยรู้สึกหล่อทุกวันเลย

“คำชื่นชม สร้างกำลังใจ”

สิ่งที่เป็นอุปสรรคตอนนี้ ที่ยังทำไม่ได้คืออะไร?

     การเลิกกินเหล้าครับ ยังทำไม่ได้  คือเมื่อเร็วๆนี้  มีอยู่คืนนึง ไปกินเหล้ากับเพื่อน แต่ไม่ได้สูบบุหรี่แล้วนะ  นั่งคุยกับเพื่อน ความจำสุดท้ายคือ บอกเพื่อนว่า ให้ออกกำลังกายบ้างนะ  แล้วหลังจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้เลย  ตื่นมาอีกที ก็นั่งอยู่ในคุกแล้ว ไม่รู้สึกตัวเลย งงมากที่มาทำอะไรอยู่ในคุกเนี่ยะ ตำรวจเวรเช้าก็ถามว่า  ไปทำอะไรมาถึงติดคุก  ผมก็ตอบว่า แล้วพี่จับผมมาข้อหาอะไรเนี่ยะ

     ทางทีมงานพาไปพิสูจน์ว่าเข้าคุกจริงๆ โดยไปโรงพักดูประวัติ  และสัมภาษณ์ตำรวจ ก็ได้ความว่า สายตรวจจับมา แปลว่าจะต้องมีพฤติกรรมอะไรซักอย่าง ที่ไม่ปลอดภัย

     จริงๆแล้วมันไม่กินมันก็ไม่ได้เป็นอะไรนะ แต่มันแค่อยากกิน อยากทิ้งทวนก่อนเลิก เป้าหมายต่อไปคือ เลิกเหล้าครับ

.

คุณ ปัญจพล เพชรเกษม (มิ้ว) อายุ 29 ปี  เป็นเบาหวาน

รู้ตัวเมื่อไหร่ว่าเป็นเบาหวาน?

     รู้ตอนที่เป็นฝีตรงขาอ่อน แล้วมันไม่หาย ไปหาหมอ ล้างแผลอะไรแล้ว ก็ยังไม่หาย เลยเช็คประวัติพบว่า แม่เป็นเบาหวาน เลยลองตรวจเลือดดู  ก็เลยพบว่าตัวเองเป็นเบาหวาน ได้ค่าน้ำตาล 300-400 มก./ดล.

ตอนที่มาเข้าโครงการนี้รู้สึกอย่างไร?

     ก็คิดว่า ยังไงก็ได้ ถามว่าตัวเองเป็นห่วงสุขภาพมั้ย ผมก็ห่วงนะ  แต่ไม่รู้จะทำยังไง  อยู่บ้านก็เก็บช็อคโกแลต ของหวานเต็มไปหมด  ที่กินแบบไม่ระวังเลย แต่พยายามงดน้ำอัดลม คือพวกชาเขียว  ก็นึกว่ามันไม่ใช่น้ำอัดลม มันไม่เป็นเบาหวานหรอก เลยน้ำตาลมาเต็มที่เลย

     การทำงานค่อนข้างจะควบคุมเวลากินยาก เขาลองยกตัวอย่างเช่น ตื่นตี5  กินข้าว 6โมงเช้า 8โมงกินกาแฟ เที่ยงกินข้าว  6โมงเย็นกินข้าวเหนียวเนื้อทอด  4 ทุ่มเบอร์เกอร์เนื้อ เริ่มงานอีกทีก็ตีหนึ่ง  คือกิน นอน ไม่เป็นเวลา

     ผมก็เครียดว่า  ตกลงมันต้องกินอะไรแน่ เช้ากินเยอะได้ เย็นกินเยอะไม่ได้แล้ว แต่งานแต่ละอย่างมันกระจาย ดึกๆก็มี แล้วถ้าไม่กินมันก็หิว ต้องกินน้ำลูบท้องอย่างเดียว

     ผู้เชี่ยวชาญก็แนะนำว่า ให้ทานอาหารที่แป้งน้อยๆตอนดึกๆ เช่นปลานึ่ง สลัด นม ผลไม้ ทานก่อนไปทำงานตอนดึก เลิกงานตี4 ก็ดื่มนมอีกแก้ว

สิ่งที่ภูมิใจที่สุดคืออะไร?

     ผมเลิกบุหรี่ได้  แล้วก็หันมากินอาหารที่ลดน้ำตาล

เพื่อนๆอาสาสมัครคิดยังไงกับคุณมิ้ว?

     คุณเจนให้ความเห็นว่า ทีแรกที่เห็นเขา ถ้ารายการนี้เป็นเกมส์ มิ้วน่าจะตกรอบคนแรกเลย  เพราะทุกคนที่มาตรวจสุขภาพวันแรก ก็มาด้วยความหวัง ความตั้งใจ ว่าฉันจะทำได้ ฉันจะเปลี่ยนได้ ทุกคนมีไฟ  แต่มิ้วร้องไห้ เราเลยคิดว่าคนนี้ไม่น่ารอด  แต่พอเอาเข้าจริงมิ้วเลิกเหล้าได้ เลิกบุหรี่ได้ แถมยังคอยเอนเตอร์เทนคนอื่นๆ สอน และให้กำลังใจคนอื่นๆด้วย  แล้วก็อยากให้มิ้วเลิกได้ไปตลอด เพราะอยากให้นึกถึงเด็กๆที่ดูรายการมายากลที่มิ้วเล่น ถ้าวันไหนที่ท้อแท้ ก็นึกถึงเด็กๆทั่วประเทศ เพราะแม่เจนกับลูกๆก็เคยดูรายการของมิ้วประจำ

     ผมทำงานกลางคืน ต้องกินเหล้า สูบบุหรี่บ้าง แต่พอมาได้คิดว่า ถ้าเราเป็นอะไรขึ้นมา เพื่อนๆหรือคนที่เราสนุกสนานเฮฮาด้วย เขามารับผิดชอบอะไรเรามั้ย

.

คุณ วัฒนชัย ลิ้มสวัสดิ์ (อุ้ย) อายุ 28 ปี

     ผมทำตัวเองทั้งนั้น กินเหล้าสูบบุหรี่มาตั้งแต่เด็ก กินเยอะด้วย  แต่2ปีหลังเริ่มผิดปกติ เริ่มเจ็บหน้าอก ปวดกระดูก หมอบอกว่าเป็นโรคตับอักเสบ จากการดื่มสุรา  รอให้เป็นเบาหวาน เป็นนั่นนี่ก่อน แล้วค่อยมาเริ่มคิดว่า ต้องเริ่มลดแล้ว

    จริงๆผมตั้งใจจะลดน้ำหนักมาก่อนจะมารายการแล้ว ลดเหล้า แต่คงไม่สามารถเลิกตลอดชีวิต

     ปัจจุบันสุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลย ทำงานได้นานขึ้น ผมเคยไปต่างประเทศแล้วข้ามเขา2ลูก แล้วมันเหนื่อยมาก เลยคิดว่าถ้าไปอีก 3ลูกก็สู้ไหว

ความยากและอุปสรรคคืออะไร?

     โหย อุปสรรคเยอะมากเลยครับ  ผมเป็นคนไม่ค่อยเชื่อใคร จะเชื่อตัวเองมากกว่า เชื่อในวิธีตัวเองมากกว่า  ผมต้องการลดได้ 30 กิโลกรัม ภายใน 3 เดือน ก็เห็นในทีวี ใครๆที่ลดเก่งๆ เขาก็ลดได้เยอะๆทั้งนั้น  สิ่งแรกที่คิดได้เลยคือ ไม่กินข้าว คือกินข้าวมื้อเช้ามื้อเดียวแบบหนักๆเลย  แล้วหลังจากนั้นก็ไม่ได้กินอีกเลย เที่ยง เย็นไม่กิน  ก็จะรู้สึกว่า ตอนเช้าแฮ้ปปี้ดี พอตกเย็นเริ่มโหยๆแล้ว เหนื่อยๆ  แต่ก็พยายามอดทน ให้มันผ่านๆไป เพราะเราไม่ได้ออกกำลังกาย

     คือกินจนกว่าจะกินไม่ไหว เพื่อให้มันอยู่ได้ทั้งวัน  ทำได้ไป 1 เดือน แต่มันแลกมาด้วยความเครียด หิว โหย ผมเลยเปลี่ยนมากินข้าวเช้าเยอะเหมือนเดิม  พอเย็นก็กินนม กินเม็ดแมงลัก ไม่ยอมกินข้าวอีก  ผลปรากฏว่า เรารู้สึกจำเจ เครียด มันทำให้อิ่มตอนนั้นก็จริง แต่มันเครียดมากจริงๆ

     คุณอุ้ยเหมือนคนทั่วไปที่อยากลดน้ำหนักเร็ว ลดแบบรีบด่วน เรียนทางลัด

     ต่อมาเลยเปลี่ยนมากินทูน่ากระป๋องตอนเที่ยง  กินเปล่าๆเลย  เป็นทูน่ากระป๋องในน้ำเกลือด้วย  แต่ตอนเช้ากินข้าวเยอะๆเหมือนเดิม แล้วไม่กินมื้อเย็น

ถ้าจะแนะนำคนอื่นจะแนะนำยังไง?

     ไอ้ที่เขาสอนๆกันมา กินอาหาร5หมู่ ออกกำลังกาย  แต่ไม่ยอมทำ อยากได้ทางลัดกันหมด  ทุกคนอยากให้น้ำหนักลงเร็วๆ คุณจะบ้าหรอ ลด10กิโลกรัมภายใน 1 เดือน

.

 

คุณวีรานันท์ แต้ภิรมย์รัตน์ (ส้มโอ) อายุ 25 ปี

     ทีแรกทำสูตร 3 วัน ที่คิดเองคือ วันแรก เช้า โยเกิร์ต เที่ยงไข่ต้ม 2 ฟอง เย็นสลัดผัก  วันที่สอง เช้า น้ำส้ม เที่ยงไข่ต้ม2ฟอง เย็นสลัดผัก   วันที่สาม เช้า กาแฟดำ  เที่ยงเกาหลา เย็นสลัดผัก  หลังจากนั้น พอไม่ไหว ก็กินไก่กับผัก ซ้ำๆกัน  น้ำหนักก็ลดนิดหน่อย  แล้วก็นิ่ง เลยเครียดมาก  ตอนนนี้น้ำหนักกลับขึ้นมาอีกแล้ว

อุปสรรคคืออะไร?

     ตัวเราเองนี่แหละ  เราขี้เกียจ เราหาข้ออ้าง  ขี้เกียจออกกำลังกาย ขี้เกียจทำกับข้าว อาหารมันแพง  แล้วที่ยากที่สุดคือการเอาชนะใจตัวเอง เพราะเราคิดว่าเราเคยทำได้ เดี๋ยวเราก็ทำได้ แต่เดี๋ยวค่อยทำ

     คุณมิ้วเสริมว่า การตั้งเป้าหมายสูงๆมันก็ดีแล้วนะ ดีกว่าตั้งต่ำๆแล้วทำได้นิดเดียว ตั้งเป้าหมายสูงๆ แล้วทำไม่ได้ แต่ก็ยังได้มากกว่าตั้งนิดเดียว  ตั้งเป้าให้สูง ค่อยๆไปให้ถึง

.

 

คุณเจน (ภรรยา) และคุณ สุพิเชษฐ์ สุจารีรัตน์(สามี) อายุ 33 ปี

     คุณสุพิเชษฐ์ เล่าว่า ทีแรกตั้งใจจะให้คุณเจนนี่แหละ  เข้ารายกายคนเดียว แต่สำหรับตัวเอง คิดว่ายังไม่จำเป็น  อยากให้ทางรายการมาช่วยผลักดันให้แฟนผอมลงได้  (แล้วไม่รู้ตัวเองหรอ?) ผมดูกระจกก็คิดว่าตัวเองอวบๆนะ

     คุณเจนบอกว่า ตอนแรกที่ตรวจร่างกายก็กังวลมาก มันเหมือนทางตัน แต่พอมาถึงตอนนี้ ก็คิดว่ามันไม่ได้ยากอย่างที่คิด  มันเป็นเรื่องแค่ปลายจมูก แต่เรามองไม่เห็น

     ที่เปลี่ยนได้คือ ลูกเป็นกำลังใจ  จะทำเพื่อลูก  อย่างตอนวิ่งก็เหนื่อยจะไม่ไหวแล้ว ก็คิดถึงลูก ก็ทำให้มีแรงวิ่งต่อ  เราไม่ค่อยห่วงตัวเองหรอก แต่ห่วงลูกๆ  อยากให้เขาเห็นตัวอย่างดีๆ

แล้วสอนลูกยังไง เวลาที่เขางอแง จะกิน?

     ก็ให้กิน  แต่ควบคุมปริมาณเอา  อย่างเมื่อก่อนวางโดนัทจานนึง อยากกินก็กินกี่ชิ้นก็กินไป  แต่ตอนนี้ ให้ได้ชิ้นเดียว

     ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า  การจะเปลี่ยนเด็กๆ ต้องเปลี่ยนสิ่งแวดล้อม  เอาผลไม้มาวางที่โต๊ะ ไม่ใช่เอาขนมมาวาง แล้วพาลูกๆชวนกันออกกำลังกาย

.

 

จ.ส.อ.ศาทิพ จิตร์แน่น  อายุ 36 ปี

     เริ่มต้นจากการเลิกกินเบียร์ แค่นั้นเอง  เดือนแรกน้ำหนักลดไป 4 กิโลกรัม  เขาบอกให้ลดหวาน มัน เค็ม  เราเลยคิดว่าไม่ลดหรอก  เลิกเลยดีกว่า  แต่ช่วงนั้นลำบากมาก  ทั้งต้องลดน้ำหนัก เลิกน้ำตาล

     หลักการซื้ออาหาร  ก็เน้นแกงส้ม หรือแกงที่ไม่ใช่กะทิ แกงเห็ด  ปลาเอาแบบทอดทิ้งไว้นานแล้ว  น้ำมันจะได้ออกไปเยอะหน่อย

     เมื่อก่อนจะสั่งข้าวราดแกง ที่ทานประจำเลยคือ พะโล้ หมูกรอบ กาแฟเย็นประจำ  แต่เดี๋ยวนี้อาหารพวกนี้ไม่กินเลย หรือ 1 เดือนจะกินซักครั้ง น้ำปลาพริกก็ไม่ใส่เลย

สิ่งที่ยากที่สุดคือ?

     ควบคุมจิตใจยาก

คุณมิ้วเสริมว่า เห็นพี่เป็นไอดอลเลยนะ  เพราะลดด้วยการกินจริงๆ  คนอื่นอาจสรรหาวิธีแปลกๆ แต่สำคัญคือต้องกิน แต่ต้องควบคุมใจให้ได้

คุณนัทชมว่า พี่เขาพร้อมตัดได้ทุกอย่าง รู้ว่าไอ้นี้ต้องตัด ก็ตัด พี่ไม่โหยหา ไม่รู้สึกอยากบ้างหรอ  ดูจิตใจเข้มแข็งสมเป็นทหาร

คือผมสู้เพื่อลูกอย่างเดียวเลย

คุณพ่อของคุณศาทิพ ให้สัมภาษณ์ว่า โหน่งเขาก็ดูดีนะ แต่ไม่ชมหรอก ไม่พูดต่อหน้า  แม่เขาก็ยังบอกเลยว่าผอมลงกำลังดี  แต่ผมไม่พูดหรอก ก็ดี แต่ยังดีไม่หมด  เพราะไม่ได้อยู่ใกล้ชิดเขา  เลยคิดว่าถ้าเขากลับไปทำอย่างเดิมเราก็ไม่รู้อยู่ดี เลยยังไม่ชม  แต่ตอนนี้ก็รู้สึกพอใจ ภูมิใจ ในลึกๆ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.