วิธีหาโอกาส ใช้พลังงาน

วิธีหาโอกาส ใช้พลังงาน

วิธีหาโอกาส ใช้พลังงาน ด้วยการ ลดเวลานั่ง เพิ่มเวลายืน

ทำได้ทั้งที่บ้าน รอบบ้าน ที่ทำงาน และระหว่างเดินทาง นอกจากจะช่วย เสริมสุขภาพแล้ว ยังเพิ่มโอกาส ใช้พลังงาน ทำให้ลดน้ำหนักได้ง่ายขึ้นด้วย

ที่สวนสาธารณะ หรือ บริเวณรอบๆบ้าน

  • ชวนเพื่อนบ้าน ญาติพี่น้องในบ้าน มาออกกำลังกายร่วมกัน
  • การเลือกออกกำลังกายแบบง่ายๆ ทำได้สะดวก เช่น  เดินเพื่อสุขภาพ แบบค่อยเป็นค่อยไป  เริ่มจากเดินช้าๆ  ค่อยๆเพิ่มเวลา จนรู้สึกชิน  จนเดินได้นานประมาณ 30 นาที  อย่างน้อย 3 วัน/สัปดาห์
  • โดยเริ่มจากเดินช้าๆ 3-5 นาที  แล้วเพิ่มความเร็ว จนถึงระดับที่เริ่มเหนื่อย  แต่ยังพูดคุย ทักทายกันได้ เป็นเวลา 25-30 นาที  ในช่วงท้าย ค่อยชะลอให้ช้าลง 3-5 นาที ก่อนหยุด
  • สร้างความเพลิดเพลินในการออกกำลังกาย  เช่น ฟังเพลง  จูงสัตว์เลี้ยงเดินเล่น  พูดคุยผ่อนคลาย เพื่อให้เวลาผ่านไป โดยไม่รู้สึกว่าเป็นภาระในการออกกำลังกาย
  • สมัครเข้าร่วมงานเดิน-วิ่งการกุศล  ไม่ต้องหวังผลแพ้ชนะ  แต่เพื่อให้ได้พบสังคมคนรักการออกกำลังกาย  ชักชวนกัน ให้มีกิจกรรมต่อเนื่อง
  • ชวนสมาชิกในครอบครัว ขี่จักรยาน ออกกำลังกายหลังอาหารเย็นรอบๆบ้าน  เป็นประจำทุกวัน  แทนการนั่งดูทีวี

.

ที่ห้างสรรพสินค้า

  • จอดรถในลานจอดบริเวณที่ไกลจากทางเข้าห้าง  เพื่อเพิ่มโอกาสในการเดิน
  • เดินขึ้น-ลง บันได แทนการใช้บันไดเลื่อน  หรืออย่างน้อยใช้บันไดเลื่อน โดยก้าวขึ้น-ลงเองไปด้วย ไม่ยืนเฉยๆรอให้เลื่อนเอง ทำแบบนี้แทนการใช้ลิฟท์
  • เดินเลือกชมสินค้าให้ทั่ว  เริ่มจากช้าๆ  จนเร็วขึ้น ให้ได้ 30 นาที  ก่อนชะลอด้วยการตรงไปซื้อสินค้าที่ต้องการ
  • ชวนเพื่อน สมาชิกในครอบครัว  เดินดูแผนกเครื่องกีฬา เครื่องออกกำลังกาย เพื่อให้เกิดความรู้สึกอยากออกกำลังกาย
  • เข็นรถเข็นสินค้าด้วยตนเอง  หรือช่วยกันเข็นกับสมาชิกในครอบครัว แทนการเรียกใช้พนักงาน
  • ชวนคนในครอบครัว เข้าร่วนเป็นสมาชิกกิจกรรมออกกำลังกาย ตามลานหน้าห้างสรรพสินค้า
  • สร้างทัศนคติที่ดีต่อการยืนเข้าคิว  เพราะช่วยเพิ่มเวลายืน และทำให้ได้ขยับร่างกายต่อเนื่อง
  • เลือกซื้อสินค้าประเภทที่ต้องนำไปทำ หรือ ต้องติดตั้งด้วยตัวเอง  เพื่อส่งเสริมให้มีกิจกรรมขยับร่างกายที่บ้าน

.

ในบ้าน

  • ตั้งแต่เช้าหลังตื่นนอน  เพิ่มอิริยาบถ ยืน เดิน ให้มากขึ้น  ลดเวลานั่งให้น้อยลง  ช่วยทำให้ความดันโลหิตลดลง สุขภาพดีขึ้น
  • ทำกิจวัตรประจำวันให้เป็นการออกกำลังกาย  โดยกิจวัตรประจำวันเกือบทั้งหมด  ถ้าทำต่อเนื่องนานถึง 30 นาที จะคละๆกันไปก็ได้  แต่ต้องให้ต่อเนื่อง 30 นาที  ก็นับเป็นการออกกำลังกายได้  เช่น ล้างจาน  ซักผ้า ตากผ้า รีดผ้า กวาดพื้น ถูบ้าน  เก็บของขึ้นชั้นบน  กวาดใบไม้  ตัดหญ้า  ล้างรถ เช็ดกระจก  ถือเป็นการออกกำลังกายระดับเบา
  • การเดินขึ้นบันได ทาสี เปลี่ยนยากรถ เข็นรถ เข็นของหนัก นับเป็นการออกกำลังกายระดับปานกลาง
  • ลุกขึ้นเดิน หรือย่ำเท้าอยู่กับที่ หรือปั่นจักรยานออกกำลังกาย ขณะดูทีวี  ทำต่อเนื่องจนจบรายการ  จะสามารถออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อย 30 นาที โดยไม่รู้ตัวเลย
  • เปลี่ยนมาเป็นแบบหมุนตัวได้ หรือ ฟิตบอล เพื่อให้ร่างกายมีการขยับ เกร็งตัว ดีกว่าการนั่งจมอยู่บนโซฟา หรือบางทีก็ไหลนอนไปเลย
  • วันหยุด ชักชวนสมาชิกในครอบครัว ตื่นแต่เช้า เดินไปใส่บาตรให้จิตใจแจ่มใส  หรือเดินไปจ่ายตลาด หรือเดินเล่นก็ได้
  • หากติดเกมส์คอมพิวเตอร์  ควรเลือกเกมส์ประเภทที่ต้องบังคับ ด้วยการขยับร่างกาย  เกมส์ที่ใช้จอยมูฟ เกมส์กีฬาต่างๆ  ทำให้เราโยกตัว แกว่งแขน ก้าวขาได้ด้วย

.

ระหว่างเดินทาง

  • ตื่นแต่เช้า  เพื่อจะได้ไม่ต้องเร่งรีบ เดินทางด้วยความเครียด และมีเวลาเหลือในการเดิน
  • เดิน หรือขี่จักรยานไปปากซอย แทนการนั่งมอเตอร์ไซค์
  • หากนั่งรถเมล์  ลงรถก่อนถึงที่หมาย 1-2 ป้าย เพื่อให้มีโอกาสเดินยืดเส้นยืดสาย
  • หากขับรถยนต์ส่วนตัว เสียค่าน้ำมันแพง  ลองเปลี่ยนมาใช้รถเมล์ รถไฟฟ้า สัปดาห์ละ 2-3 วัน เพื่อได้ออกแรงในการเดินทางมากขึ้น
  • เลือกที่จอดรถให้ห่างจากจุดหมาย
  • เข้าร้านสะดวกซื้อ ไม่ต้องซื้อของมาตุนมาก ใช้วิธีเดินไปซื้อเมื่อจะใช้เท่านั้น จะได้หาเรื่องเดินบ่อยๆ
  • หากรถติด  เปิดเพลงขยับร่างกายตามจังหวะ  ถ้ารถติดเป็นชั่วโมง ควรหาที่จอดแวะพัก ออกมายืน-เดิน ขยับร่างกายสักพัก ค่อยเดินทางต่อ
  • การเดินทางด้วยแท็กซี่ หากทางไม่อันตราย  ควรลงรถแค่ปากซอย เมื่อให้มีโอกาสเดินออกกำลังกายมากขึ้น

.

ทีทำงาน

  • อย่านั่งทำงานตลอดเวลา  ลุกขึ้นยืน เดิน ชั่วโมงละ 10 นาที เป็นประจำ
  • เลือกเดินไปเข้าห้องน้ำที่อยู่ไกลออกไป  เพื่อเพิ่มโอกาสในการเดินได้ตลอดทั้งวัน
  • เดินขึ้น-ลงบันได 2-3 ชั้น สม่ำเสมอ ให้เกิดความเคยชิน
  • หลังมื้ออาหาร  เดินเลือกดูสิ่งของที่ร้านค้า  ตลาดนัดนอกบริษัท  แต่ต้องห้ามใจ อย่าซื้อของกินเพิ่มจนเกินอิ่ม
  • เดินไปติดต่องาน  เพื่อออกกำลังกาย  และทำความรู้จัก สร้างมิตรภาพกับเพื่อต่างหน่วยงาน  แทนการส่ง อีเมล หรือโทรศัพท์อย่างเดียว
  • รวมกลุ่มกับเพื่อนฝูงที่รักสุขภาพ  ตั้งเป็นกลุ่มออกกำลังกาย  หรือเล่นกีฬาร่วมกันหลังเลิกงาน
  • ส่งเสริมการให้ของขวัญ รางวัล เป็นอุปกรณ์การออกกำลังกาย
  • ลองเปลี่ยนบรรยากาศการประชุม  ด้วยการยืนพูดคุย หารือ ขยับกาย มีปฏิสัมพันธ์กันอย่างเป็นกันเอง  แทนการนั่งประชุมแบบเคร่งเครียดเป็นเวลานาน
  • ลองเปลี่ยนอาหารระหว่างเบรก อย่างกาแฟ ของว่าง เค้ก ให้เป็นการยืดเหยียด ออกกำลังกาย ทำให้สดชื่นกว่าการดื่มกาแฟด้วย
  • ร่วมกิจกรรมจิตอาศาสม่ำเสมอ  จะได้ออกแรง ออกกำลังมากขึ้น
  • เดินไปทำธุรกรรมการเงินที่ธนาคาร แทนการใช้มือถือ หรือ ออนไลน์

ข้อมูลจาก http://www.raipoong.comน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.